8 เคล็ดลับง่ายๆ การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ

การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก เนื่องจากร่างกายผู้สูงอายุนั้นอ่อนแอกว่าคนทั่วๆไป ระบบภูมิคุ้มกันต่างๆก็ยังแย่ลง ยิ่งถ้าอายุ 65 ปีขึ้นไปก็ยิ่งแล้วใหญ่ เพียงแค่ไข้หวัดธรรมดาๆก็สามารถลุกลามจนทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆได้ รวมถึงการติดเชื้อปอดบวม หลอดลมอักเสบ หรือการติดเชื้อในหู รวมถึงไซนัสก็ทำให้ผู้สูงอายุมีอันตรายได้ ถ้าหากคุณมีอาการเรื้อรังเช่นโรคหอบหืดหรือเบาหวาน หรือความเจ็บป่วยทางระบบทางเดินหายใจอาจทำให้อาการเหล่านี้เลวร้ายลงไปอีก ด้วยสาเหตุนี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญต้องเลือกทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อเป็นการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันร่างกายของคุณรวมถึงการลดโอกาสในการเจ็บป่วย ทำ

การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ

8 เคล็ดลับการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ เพียงทำตามนี้นี้ที่จะช่วยให้คุณแข็งแรงตลอดไป

1. ออกกำลังกาย เป็นแนวทางการดูแลผู้สูงอายุให้มีสุขภาพดีการออกกำลังกายจะเป็นตัวกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ยิ่งคุณเคลื่อนไหวมากเท่าไหร่ก็จะส่งผลดีต่อร่างกายของคุณ ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันสามารถต่อสู้กับการอักเสบและการติดเชื้อได้มากยิ่งขึ้น ไม่จำเป็นที่ต้องออกกำลังที่หนักหน่วงจนเกินไป การออกกำลังกายใช้แรงไม่มากก็มีประสิทธิภาพได้เช่นกัน คุณอาจลองขี่จักรยาน เดิน ว่ายน้ำ หรือแอโรบิกที่มีการกระแทกต่ำ แต่ว่าหากเป็นไปได้ให้ออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นปานกลางประมาณ 20 ถึง 30 นาทีต่อวันสะสมให้ได้ 150 นาทีต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ควรเสริมสร้างกล้ามเนื้อด้วยการยกเวทบ้างเพื่อเป็นการกระตุ้นกล้ามเนื้อ หรือเล่นโยคะ พีลาทิส คู่มือการดูแลผู้สูงอายุก็ยังแนะนำว่าเป็นการออกกำลังกายที่ดี

2. เลือกทานอาหารเสริมเท่าที่จำเป็นเท่านั้น อย่าทานเยอะเกินความจำเป็น อาหารเสริมบางชนิดก็จะช่วยสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ที่สำคัญคือก่อนที่จะรับประทานอาหารเสริมควรจะปรึกษาแพทย์ทุกครั้งว่าปลอดภัยหรือไม่ รับประทานยาตามใบสั่งแพทย์ อาหารเสริมบางอย่างที่แพทย์แนะนำอาจเป็นพวก แคลเซียม วิตามินดี วิตามินบี 6 หรือวิตามินบี 12 ทานอาหารเสริมหรือวิตามินรวม ตามคำแนะนำเพื่อเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของคุณ

Advertisement

3. เลือกรับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ อาหารที่อุดมด้วยผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน ยังช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของคุณและป้องกันไวรัสและแบคทีเรียที่มักเป็นอันตราย และยังเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยต่างๆ ผักและผลไม้นั้นเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยม สารต้านอนุมูลอิสระนั้นปกป้องเซลล์ของคุณจากความเสียหาย และทำให้ร่างกายแข็งแรง ที่สำคัญคือคุณควรจำกัด การบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันซึ่งอาจทำให้เกิดการอักเสบในร่างกายและทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของคุณลดลง นอกจากนี้ ควรลดการดื่มแอลกอฮอล์ลง เพราะเป็นแอลกอฮอล์เป็นสิ่งที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอลง

4. แนวทางการดูแลผู้สูงอายุให้มีสุขภาพดีอีกวิธีที่หลายๆคนอาจจะมองข้าม คือ ล้างมือบ่อยๆ รู้หรือไม่ว่าการล้างมือเป็นประจำเป็นอีกวิธีที่ดีเยี่ยม ในการดูแลสุขภาพของเราให้ดีตลอดทั้งปี ไวรัสโดยทั่วไปสามารถอยู่บนพื้นผิวได้นานถึง 24 ชั่วโมง ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่คุณอาจจะป่วยหากคุณสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อไวรัส และใช้มือไปสัมผัสใบหน้าของคุณ ควรล้างมือด้วยน้ำอุ่นด้วยสบู่บ่อยๆอย่างน้อย 25 วินาที พยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสจมูกใบหน้าและปากด้วยมือของคุณ นอกจากนี้คุณยังสามารถป้องกันตัวเองโดยใช้เจลทำความสะอาดมือต้านเชื้อแบคทีเรียที่ปัจจุบันหาได้ทั่วๆไป เมื่อคุณไม่สามารถล้างมือได้จากที่สาธารณะทั่วๆไป นอกจากนี้ควรหมั่นฆ่าเชื้อพื้นผิวรอบบ้านและเวิร์กสเตชันของคุณให้บ่อยๆ

5. เรียนรู้วิธีในการจัดการความเครียด แนวทางการดูแลผู้สูงอายุให้มีสุขภาพดีนั้นควรมีการจัดการความเครียดที่เกิดขึ้น ความเครียดเรื้อรังจะเพิ่มการผลิตคอร์ติซอลซึ่งฮอร์โมนความเครียดในร่างกาย คอร์ติซอลมากเกินไปอาจขัดขวางการทำงานต่างๆ ในร่างกายรวมถึงระบบภูมิคุ้มกันของคุณด้วย พยายามลดความเครียด ทำจิตใจให้สบาย รวมถึงการเพิ่มการออกกำลังกายและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

Advertisement

6. พยายามพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับนั้นมีประโยชน์มากมาย ไม่เพียงแต่ช่วยลดระดับความเครียดที่เกิดขึ้นของคุณ แต่การนอนหลับยังเป็นวิธีที่ทำให้ร่างกายของคุณซ่อมแซมตัวเอง ด้วยเหตุนี้การนอนหลับอย่างเพียงพอจะส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น ทำให้ร่างกายต่อสู้กับไวรัสได้ง่ายยิ่งขึ้น และการนอนหลับเมื่อคุณอายุมากขึ้นจะช่วยเพิ่มความจำและสมาธิได้ คุณควรที่จะนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 7 ถึง 9 ชั่วโมงต่อวัน หากคุณมีปัญหาในการนอนหลับบ่อยๆก็ควรที่จะปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ รู้มั้ยครับว่าสาเหตุของการนอนไม่หลับ บางครั้งก็มาจากโรคซึมเศร้า เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงเลยล่ะครับสำหรับสาเหตุของโรคแบบนี้ รวมถึงการนอนไม่หลับอาจรวมถึงการไม่ออกกำลังกายในระหว่างวัน หรือได้รับคาเฟอีนมากเกินไป หรืออาจเป็นสัญญาณของสภาวะทางการแพทย์เช่นภาวะหยุดหายใจขณะหลับอีกด้วย

7. ฉีดวัคซีนประจำปี เป็นการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุที่ดีอีกวิธี การฉีดวัคซีนเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้สุขภาพแข็งแรงตลอดทั้งปี หากคุณอายุ 65 ปีขึ้นไปควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในแต่ละปี วัคซีนจะใช้เวลาประมาณสองสัปดาห์จึงจะมีประสิทธิภาพและจะช่วยลดความเสี่ยงของไข้หวัดได้ 40 ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ คุณควรพูดคุยกับแพทย์ของคุณเกี่ยวกับการรับวัคซีนป้องกันโรคปอดบวมและเยื่อหุ้มสมองอักเสบด้วยเช่นกัน

8. ผู้สูงอายุควรมีการตรวจสุขภาพประจำปี แนวทางการดูแลผู้สูงอายุให้มีสุขภาพดีกำหนดเวลาตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อให้รู้สภาพร่างกายในปัจจุบัน รู้ว่าเรากำลังมีโรคอะไรติดตัวอยู่ตั้งแต่เนิ่นๆ เข้าพบแพทย์หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกาย ภาวะต่างๆเช่นเบาหวานและความดันโลหิตสูงสามารถตรวจพบได้และดำเนินการรักษาแต่เนิ่นๆ การตรวจร่างกายเป็นประจำจะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ การได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ อาจป้องกันภาวะแทรกซ้อนและบรรเทาอาการในระยะยาวได้ นอกจากนี้หากคุณมีอาการหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ให้ไปพบแพทย์ทันที ไวรัสไข้หวัดใหญ่สามารถทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงตามอายุทำให้ต่อสู้กับไวรัสได้ยากขึ้น

คู่มือการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนและครอบครัวของเราเป็นยังไงบ้างครับกับ 8 วิธีการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ทำไม่ยากเลยนะครับ หากคุณเป็นคนที่ใส่ใจในสุขภาพ อยากอยู่มองดูลูกๆหลานๆ ใช้ชีวิตต่อไป อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองนะครับ