ปวดท้อง ปวดหลัง อาการที่ไม่ควรมองข้าม

รู้จักสาเหตุ วิธีแก้ ปวดท้อง ปวดหลัง อาการที่ไม่ควรมองข้าม

             เมื่อมีความรู้สึกปวดหลังหรือปวดท้อง สำหรับหลาย ๆ คนอาจจะมองว่าเป็นอาการปวดเคล็ดขัดยอกธรรมดาจึงมักปล่อยให้หายเอง หายามาทาหรือรับประทานยาแก้ปวด แต่ความจริงแล้วอาการปวดท้องและปวดหลังอาจมีสาเหตุมากมาย หรือเป็นอาการบ่งบอกว่ามีความผิดปกติในส่วนอื่นของร่างกายภายในที่มากกว่าแค่ปวดธรรมดา

อาการปวดหลังบ่งบอกโรค

1.อาการปวดหลังที่มีไข้ร่วมด้วย

อาการปวดหลังที่หาสาเหตุไม่ได้ ไม่ได้เกิดอุบัติเหตุหรือใช้แผนหลังมาก นั่งผิดท่ายืนเดินผิดท่า ถ้ามีไข้ร่วมด้วยอาจมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อวัณโรค หากเป็นเชื้อวัณโรคปล่อยไว้นาน ตัวเชื้อจะไปทำลายกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูกสันหลัง ทำให้เกิดหนอง หมอนรองกระดูกเคลื่อน หลังคดงอและอาจทำให้เป็นอัมพาตได้

2.ปวดหลังเวลาไอจาม เวลาถ่ายและปวดร้าวไปถึงขา

มักเป็นอาการบ่งชี้ถึงความผิดปกติที่หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทอยู่ อาการปวดจะรุนแรงขึ้นอาจจะมีอาการชาร่วมด้วย สาเหตุมักมาจากชอบยกของหนักบ่อย ๆ ด้วยท่าทางไม่ถูกต้องหรือการนั่งทำงานเป็นเวลานาน ๆ อยู่เสมอ

3.ปวดในข้อสันหลัง ก้มหลังได้ไม่มากอย่างที่ควรจะเป็นปกติ

อาการมักเกิดไม่รุนแรงในช่วงแรก แต่นานไปจะส่งผลให้เกิดโรคกระดูกสันหลังเสื่อม และถ้าปล่อยทิ้งไว้กระดูกสันหลังจะทรุดกล้ามเนื้อสันหลังหดเกร็งอันตรายมาก

4.ปวดหลังเหนือเอว

เป็นอาการที่ร่างกายบ่งบอกถึงความผิดปกติของอวัยวะภายใน ไม่ว่าจะเป็นตับ ไต มดลูก กระเพาะ ลำไส้ รังไข่ แต่จะสังเกตได้ว่าเข้าข่ายความผิดปกตินี้หรือไม่อาการมักจะมีการปวดท้องร่วมด้วย

5.ปวดที่หลังเป็นบริเวณกว้าง หรือปวดตึงทันที

อาการนี้มักเกิดจากกล้ามเนื้อหลังที่ทำงานหนัก หากพักผ่อนรับประทานยา ทายาตามแพทย์สั่งก็จะหายได้ ไม่อันตรายมากเท่าอาการปวดหลังแบบอื่น

ปวดท้อง ปวดหลัง

อากการปวดท้องบ่งบอกโรค

อาการปวดท้องบ่งบอกโรคได้ถ้าเราสังเกตจากตำแหน่งที่ปวด ได้แก่

1.ใต้ชายโครง มักจะเป็นอาการจากถุงน้ำดี และตับ โรคนิ่ว

2.ใต้ลิ้นปี่มักจะเป็นความผิดปกติของตับอ่อนหรือลำไส้ส่วนบน

3.ใต้ชายโครงด้านซ้าย มักมาจากระเพาะอักเสบ

4.ปวดเอวทั้งข้างซ้ายและขวา มักเกิดจากท่อไตหรือลำไส้ใหญ่ผิดปกติ

5.ปวดบริเวณสะดือ มีอาการผิดปกติที่ลำไส้ใหญ่หรือลำไส้เล็ก

6.ปวดท้องน้อยด้านขวา เป็นบริเวณของไส้ติ่งอาจเป็นไส้ติ่งอักเสบ

7.ปวดท้องน้อยส่วนกลาง มักผิดปกติที่อวัยวะสืบพันธุ์หรือกระเพาะปัสสาวะ

8.ปวดบริเวณอุ้งเชิงกราน มักผิดปกติที่มดลูก

9.ปวดบริเวณท้องน้อยด้านซ้าย มักจะมีความผิดปกติที่ลำไส้ใหญ่

             ดังนั้นแล้วเมื่อมีอาการปวดท้องหรือปวดหลัง อย่านิ่งนอนใจควรจะสังเกตุอาการให้ดีเพราะอาจมาจากสาเหตุที่ร้ายแรงกว่าแค่การปวดเท่านั้น หากไม่แน่ใจก็ควรไปปรึกษาแพทย์และตรวจรักษาแต่เนิ่น ๆ จะดีกว่า