ผ้าปูที่นอน ต้นเหตุแห่งภูมิแพ้

สวัสดีครับ วันนี้ก็เหมือนเดิมครับ ทางผู้เขียนได้นำบทความดีๆมาแบ่งปันให้กับท่านผู้อ่านเช่นเคย โดยวันนี้ผู้เขียนจะมาพูดกันในเรื่องของผ้าปูที่นอนกันครับผม!!! ปกติคนเราใช้เวลาไปกับการนอนในแต่ละวันก็ 6-8 ชั่วโมง หรือจะพูดง่ายๆก็คือใช้เวลากว่า 1 ใน 3 ขอชีวิต หรือ ไม่ก็1 ใน 4 ของชีวิตเราเลยทีเดียว เอาเป็นว่าใช้เวลานานมากเลยทีเดียว แต่ท่านรู้มั้ยครับ ว่าผ้าปูที่นอนเนี่ยมีส่วนสำคัญอย่างมากกับสุขภาพของเราเลยทีเดียวเชียว

โดยปกติแล้วคนทั่วๆไปก็คงไม่ค่อยเปลี่ยนผ้าปูที่นอนกัน อย่างตัวผมเอง 1-2 เดือนถึงจะเปลี่ยนที(แอบคิดเหมือนกันว่านานจัง แต่ก็ขี้เกียจอะนะทำไงได้) จริงๆก็พอรู้แหละ ว่าเราควรจะเปลี่ยนบ่อย พอเปลี่ยนแล้วมันรู้สึกดียังไงไม่รู้บอกไม่ถูก แต่ทีนี้ผมก็ไปเจอบทความนึงซึ่งพูดถึงการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนเอาไว้ได้ดีเลยทีเดียว ว่าทำไมเราถึงควรจะเปลี่ยนบ่อยๆ

ทำไมต้องเปลี่ยนผ้าปูที่นอน

โดยใจความสำคัญก็คือบนผ้าปูที่นอนเราก็จะมีสิ่งสกปรกต่างๆซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคราบเหงื่อของเราหลังกลับมาจากทำงาน บางคนก็นอนแผละลงบนที่นอนเลย คิดว่าตัวเองนั่งอยู่แต่ในออฟฟิสไม่ได้เจออะไรสกปรก แต่หารู้ไม่ว่าเราออกไปผจญโลกข้างนอกแล้วมีฝุ่นละออง สิ่งสกปรกอะไรมากมายติดเข้ามากับเราด้วย แล้วก้ทำให้สิ่งสกปรกติดอยู่เต็มผ้าปูที่นอนไปหมด ไหนจะเหงื่อที่เกิดขณะเรานอนอยู่ก็ตาม ผลการศึกษาว่าไว้ว่า ในแต่ละปี คนคนนึงจะมีเหงื่อที่เกิดขึ้นกับผ้าปูที่นอนถึงกว่า 100 ลิตรเลยทีเดียวสำหรับผู้ที่อยู่ในสภาวะภูมิอากาศร้อนชื้น (ทำไมมันเยอะจัง คิดง่ายๆนี่ 3วันลิตรเลยนา)

แล้วเราควรเปลี่ยนบ่อยแค่ไหนหละ??

โดยนักชี้แจงเผยว่า เราควรจะเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ทุกสัปดาห์เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกเหล่านี้ ส่งผลกระทบต่อตัวท่านเอง ซึ่งอาจทำให้มีอาการหายใจไม่ออก คัดจมูก หรืออาจนำไปสู่โรคภูมิแพ้เลยทีเดียว พอรู้อย่างนี้แล้วก็อยากให้ท่านผู้อ่านทุกท่านใส่ใจต่อผ้าปูที่นอนที่นอนกันอยู่ทุกวันนี้ อย่างที่บอกแหละครับ มันอยู่กับท่านเกือบ 1 ใน 3 ของชีวิตเลยทีเดียว เราหมั่นเปลี่ยนผ้าปูที่นอน มันอาจจะเป็นส่วนช่วยให้ท่านหลับสนิทขึ้น ห่างไกลโรคภูมิแพ้ที่ตามรังควานท่านมาตลอดก็ได้นะครับ

 

ที่มา : source