วิธีเลือกครีมลดรอยสิว

People photo created by jcomp – www.freepik.com

ปัญหาสิวเป็นปัญหาที่หนักหนามากๆสำหรับวัยรุ่น ไหนจะเป็นสิวง่าย หัวสิวใหญ่ รักษาก็ยากกว่าจะหายไปได้แต่ละเม็ดใช้เวลานานเหลือเกิน พอหายแล้วยังไม่วายจะทิ้งร่องรอยสิวไว้ให้เราช้ำใจอีก ทีนี้ก็เป็นหน้าที่ของเราต่อแล้วล่ะ ว่าจะรักษารอยสิวที่เกิดขึ้นพวกนี้ยังไงดี ครีมแบบไหนหรือเทคโนโลยีอะไรถึงจะช่วยเรื่องลดรอยสิวได้ มาครับ วันนี้ Brainbuffets จะมาเล่าให้ฟัง

1.Salicylic acid

สารซาลิซิลิค แอซิด เป็นสารที่เรามักจะพบทั่วไปใน ครีมลดรอยสิวและครีมรักษาสิวเลยล่ะ เพราะมันเป็นสารที่มีสรรพคุณในการกำจัดสิ่งสกปรก เซลล์ผิวหนังที่เสีย และสิ่งต่างๆที่จะทำให้เกิดสิวขึ้น และสรรพคุณที่สำคัญที่สุดเลยของ Salicylic acid ก็คือ ช่วยลดอาการบวม และ ลดรอยแดงของสิว ส่งผลให้เมื่อสิวยุบลงรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวก็จะมีขนาดเล็กลง

สาร Salycylic Acid สามารถใช้ได้กับสิวทุกชนิด เราจึงมักพบว่าครีมลดรอยสิว หรือ ครีมรักษาสิว จะมีสารตัวนี้อยู่เสมอ

คำเตือน : ผู้ใช้ที่ผิวแพ้ง่าย ควรทดสอบครีมที่มีกรดตัวนี้อยู่ บนผิวส่วนอื่นก่อนเพื่อดูอาการแพ้ อาการแพ้จะเป็นลักษณะของผิวแห้งและมีผื่นแดง ระคายเคือง

Advertisement

2.Retinoids

สาร Retinoids เป็นอีกสารที่มีสรรพคุณในการลดรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว ลดอาการอักเสบของสิว และช่วยเร่งการสร้างเซลล์ผิวทดแทนส่วนที่ตายไป สาร Retinoids ยังสามารถลดรอยดำที่เกิดจากสิวได้อีกด้วย นับว่าสำหรับสารเรตินอยด์นี่ประโยชน์เยอะพอสมควรเลยสำหรับการรักษาสิว

สิ่งที่ต้องระวังอย่างมากเลยสำหรับการใช้ครีมที่มี Retinoids คือ สารตัวนี้เมื่อทาแล้วจะทำให้ผิวของเรามีความไวต่อแสงแดด ผิวจะเสียได้ง่ายขึ้นหากโดนแสงแดด ดังนั้นแนะนำให้ทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกกลางแจ้งนะจ๊ะ

3.Alpha hydroxy acids

อ่านชื่อเต็มก็อาจจะงงๆว่ามันคืออะไร แต่ถ้าพูดถึงชื่อย่อมันล่ะก็ ร้องอ๋อกันแน่นอน ชื่อย่อมันคือ กรด AHA นั่นเองนะครับ เราจะเจอกรดตัวนี้อยู่บ่อยๆถ้าเกิดเราเข้าคลินิคผิวหนังต่างๆ เค้ามักจะใช้กรดตัวนี้เป็น ส่วนหนึ่งในคอร์สการดูแลผิวหน้าของทางร้าน

สรรพคุณของ AHA คือ ช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตาย และป้องกันการอุดตันของสิว ซึ่งกรดตัวนี้จะเป็นกรดที่กำจัดเซลล์ผิวชั้นนอก และเผยผิวภายในออกมา ทำให้ผิวดูกระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ ที่เกิดขึ้นนั่นเอง

4.Lactic Acid

เป็นกรดที่จะช่วยลอกเซลล์ผิวที่ตายแล้วของเราออก ทำให้รอยสิวดูจางลง และทำให้ผิวหน้าของเรานุ่มขึ้น อีกคุณสมบัตินึงของ Lactic Acid ก็คือ ช่วยลดรอยดำของสิวที่เกิดขึ้น แต่เนื่องจาก Lactic Acid เป็นกรดที่หลายๆคนแพ้กัน จึงแนะนำให้ทดลองดูกับผิวหนังส่วนอื่นก่อนนะครับ

Advertisement

5.Treatment Or Laser

การทาครีมที่พูดถึงในข้อก่อนๆ ถึงแม้ว่าจะช่วยลดรอยแดง รอยสิวได้ แต่จะต้องใช้เวลาสักหน่อย(1 สัปดาห์ – 6 เดือน) ยิ่งบางคนทาครีมไม่สม่ำเสมอ ไหนจะออกไปโดนแดดบ่อยยิ่งทำให้หายช้าลงไปอีก

การทำทรีทเมนต์ หรือการทำเลเซอร์เป็นทางเลือกที่ดีเลยสำหรับใครที่ต้องการลดรอยสิว รอยแดงให้หายไปไวๆ ไม่อยากเสียเวลารอคอยนาน แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงเอาเรื่อง และต้องมาทำหลายครั้งเพราะการทำแต่ละครั้งรอยแดง หรือรอยสิวนั้นจะหายไปแค่บางส่วนประมาณ 20-30 % แล้วแต่การตอบสนองของผิวเราด้วยเช่นกัน

รอยสิวที่เกิดขึ้นทางที่ดี ควรรีบรักษาแต่เนิ่นๆ เพราะรอยต่างๆที่เกิดขึ้น หากปล่อยไว้นาน รอยจะยิ่งคล้ำขึ้น และรักษายาก ใช้เวลารักษานานกว่าเดิมหรืออาจจะไม่มีทางรักษาได้เลย ต้องใช้เลเซอร์ยิงอย่างเดียว ดังนั้นอย่าลืมรีบดูแลผิวของเราแต่เนิ่นๆนะเดี๋ยวจะไม่หายเอา

<span style=”color:#FFF” class=”has-inline-color”>สรุป</span>

การทำทรีทเมนต์ หรือการทำเลเซอร์เป็นทางเลือกที่ดีเลยสำหรับใครที่ต้องการลดรอยสิว รอยแดงให้หายไปไวๆ ไม่อยากเสียเวลารอคอยนาน แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงเอาเรื่อง และต้องมาทำหลายครั้งเพราะการทำแต่ละครั้งรอยแดง หรือรอยสิวนั้นจะหายไปแค่บางส่วนประมาณ 20-30 % แล้วแต่การตอบสนองของผิวเราด้วยเช่นกัน

รอยสิวที่เกิดขึ้นทางที่ดี ควรรีบรักษาแต่เนิ่นๆ เพราะรอยต่างๆที่เกิดขึ้น หากปล่อยไว้นาน รอยจะยิ่งคล้ำขึ้น และรักษายาก ใช้เวลารักษานานกว่าเดิมหรืออาจจะไม่มีทางรักษาได้เลย ต้องใช้เลเซอร์ยิงอย่างเดียว ดังนั้นอย่าลืมรีบดูแลผิวของเราแต่เนิ่นๆนะเดี๋ยวจะไม่หายเอา