ใครนอนไม่หลับ ต้องอ่าน !! เมลาโทนินกับการนอนหลับ

หลายๆคนอาจจะมีปัญหาในเรื่องการนอนหลับยาก และกำลังหาวิธีทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น วันนี้ทางเวปไซต์ brainbuffets ก็จะขอนำเสนอฮอร์โมนชนิดหนึ่งซึ่งเป็น 1 ในวิธีที่จะทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น โดยวันนี้เราจะมาแนะนำฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่าเมลาโทนิน หลายๆคนอาจจะสงสัยว่าเมลาโทนินคืออะไร มีหน้าที่อะไร วันนี้เราจะมาเฉลยให้ผู้อ่านกันนะครับ โดยฮอร์โมนเมลาโทนินตัวนี้หลั่งมาจากต่อมไพเนียล(Pineal Gland) ที่อยู่ต่อมใต้สมอง การที่ต่อมไพเนียลจะผลิจฮอร์โมนเมลาโทนินมากหรือน้อย ก็จะสอดคล้องกับสภาพแสงและอุณหภูมิด้วย ในสภาพแสงน้อย ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน เมลาโทนินออกมามาก ซึ่งก็สามารถสังเกตได้จากพฤติกรรมปกติของเราในแต่ละวัน คนทั่วๆไปพอเริ่มเข้าหัวค่ำหรือดึกหน่อย ตัวเราก็จะเริ่มง่วง ซึ่งเป็นผลมาจากฮอร์โมนเมลาโทนินนี่แหละที่ผลิตออกมามาก เวลาที่แสงน้อย หรือไม่เราก็สังเกตได้ว่า หากสภาพห้องเรามีแสงน้อย มันก็ชวนให้ตัวเราง่วงรู้สึกอยากจะหลับซะให้ได้ ซึ่งนั่นก็เพราะเมลาโทนินผลิตออกมามากเช่นกัน

เวลาที่เราควรนอนอยู่ในช่วงไหนนะ

โดยทั่วไปเมลาโทนินจะหลั่งออกมามากขึ้นตั้งแต่เวลา 20.00 น โดยจะมีมากที่สุดในช่วง 23.00-02.00 น. พอถึงเวลา 04.00 น. ก็จะเริ่มลดลงมาเรื่อยๆจนถึงเช้า หากสังเกตเราจะพบว่าถ้าหากเมื่อถึงเวลาปกติที่เราจะง่วงจัดๆ ซึ่งมันอาจจะหมายถึงช่วงเวลาที่มีปริมาณเมลาโทนินออกมามากที่สุด แต่เรากลับไม่นอน ฝืนตัวเองอีกสักพักแล้วถึงจะนอน หลังจากนั้นเราจะรู้สึกว่าหลับยากขึ้น ไม่ใช่ประเภทที่หัวถึงหมอนแล้วหลับเลย แบบปกติ มันก็ส่อได้ว่าเราได้พ้นช่วงเวลาที่ร่างกายมีการหลั่งเมลาโทนินออกมามากเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วเรากำลังจะนอนในช่วง ที่เมลาโทนินออกมาน้อย ซึ่งแน่นอนมันก็จะทำให้เรานอนหลับได้ยากขึ้นนั่นเอง ปกติซึ่งโดยทั่วไปเราก็จะตื่นนอนขึ้นมา ก็สัมพันธ์กับการดำรงชีวิตเราว่า นอนแต่หัวค่ำ แล้วตื่นเช้า สัมพันธ์กับสภาพการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน นอกจากนี้เมลาโทนินยังมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูร่างกาย ปรับสภาพร่างกายให้ทำงานให้น้อยลง ปรับลดจังหวะการเต้นของหัวใจ บรรเทาอาการป่วยของเรา และยังทำให้ร่างกายของเราได้รับการซ่อมแซม และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของเราดีขึ้นอีกด้วย

โดยทั่วไป เราจะสังเกตได้จากคนรอบตัวของเราที่อายุมากขึ้นหรือ หากสังเกตคนสูงอายุรอบตัว ก็จะเจอว่า มักจะเจอกับปัญหานอนไม่หลับ หรือ ถึงหลับก็มักจะตื่นมากลางดึก หรือตื่นแต่เช้ามืด ซึ่งนั่นเป็นผลมาจากการหลั่งฮอร์โมน ที่ลดลงเมื่อมีอายุมาก โดยหากเราอายุ 40ปี อัตราการหลั่งฮอร์โมนของร่างกายจะเหลือเพียงครึ่งเดียว และจะยิ่งลดลงเรื่อยๆเมื่อมีอายุมาก

การใช้เมลาโทนินสำหรับการรักษาอาการนอนไม่หลับ ควรใช้ที่ปริมาณ 2 มิลลิกรัม และควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรหากช่วยปริมาณที่มากขึ้น

แล้วผลไม้อะไรช่วยสร้างเมลาโทนินล่ะ

ในผลไม้บางชนิด ก็มีงานวิจัยว่ามีส่วนช่วยในการเพิ่มปริมาณฮอร์โมนเมลาโทนินในร่างกายเราอีกด้วย มีทั้ง สัปปะรด ส้ม และ กล้วย ซึ่งมีงานวิจัยพบว่าหลังจากกินผลไม้ ทั้ง 3 ชนิดนี้ ทำให้ร่างกายมีปริมารเมลาโทนินที่มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และยังมีข้าวโอ้ต เชอรี่ มะเขือเทศ ข้าวโพดต้มสุก ที่ช่วยให้ร่างกายเราผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินที่มากขึ้น

ผลข้างเคียงที่อาจะพบได้สำหรับคนที่รับประทานอาหารเสริมเมลาโทนินก็คือ ปวดหัว เวียนหัว หงุดหงิดง่าย ปวดท้อง รู้สึกง่วงตอนกลางวัน อสุจิลดลง ความต้องการทางเพศลดลง นมโตขึ้น(ผู้ชาย) ซึ่งถ้าหากผลข้างเคียงนี้รุนแรง และมีปัญหาต่อชีวิตประจำวันก็แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดีกว่า

รู้หรือไม่ว่า เมลาโทนินมีชื่อเรียกอีกชื่อนึงว่า ฮอร์โมนแห่งการนอนหลับ ซึ่งแน่นอนหากดูตามชื่อที่ถูกเรียกแบบนี้ ฮอร์โมนตัวนี้จะมีความสำคัญต่อการนอนหลับของเราแน่นอน เราจึงมักจะเห็นการใช้ตัวเมลาโทนินนี้ในการบำบัดอาการนอนไม่หลับ แต่เมลาโทนินนั้นยังมีประโยชน์ทางอ้อมอย่างอื่นอีก นั่นก็คือ ช่วยในเรื่องเสริมภูมิต้านทาน ลดความเครียด ช่วยลดภาระของหัวใจได้อีกต่างหาก