การ SWOT ตัวเอง

อย่างที่ทราบกันดีถึงเรื่องการวิเคราะห์บริษัทหรือธุรกิจโดยใช้ SWOT Analysis แล้วนั้น SWOT นอกจากใช้ในการวิเคราะห์ธุรกิจแล้วยังสามารถใช้ SWOT ประยุกต์ในการวิเคราะห์ตัวเองได้เช่นกัน ซึ่งผลของการ SWOT ตัวเอง ก็จะคล้ายๆกับการทำ SWOT องค์กรเลยครับ นั่นก้คือ มันเป็นการทำให้เราวิเคราะห์ตัวเองด้วยหลักการ SWOT Analysis จะทำให้เรามองเห็นภาพรวมของตัวเราเอง มองเห็นถึงจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และ อุปสรรค

SWOT นั้นถูกนำมาสอนในหลักสูตร Marketing Management ซึ่งคิดค้นโดย ศาสตราจารย์ อัลเบอร์ต ฮัมฟรีย์ (Albert Humphrey) จากมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ต ในระหว่างปี ค.ศ.1960-1970

SWOT Matrix มีดังต่อไปนี้

  1. Strength จุดแข็ง
  2. Weakness จุดอ่อน
  3. Opportunity โอกาส
  4. Threat อุปสรรค
Advertisement

Strength และ Weakness จัดว่าเป็น การวิเคราะห์ปัจจัยภายใน

Opportunity และ Threat จัดว่าเป็น การวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก

swot analysis คือ
SWOT banner web icon for business, analysis, strength, weaknesses, opportunities and threats. Minimal vector infographic.

หากลองวิเคราะห์ตัวเองด้วยเทคนิค SWOT ตัวอย่างจะเป็นประมาณนี้นะครับ

Advertisement

S – Strength

1. เป็นคนรักความถูกต้อง ความยุติธรรม
2. มีมนุษย์สัมพันธ์ดี มีเพื่อนเยอะ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น
3. มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง
4. มีความซื่อสัตย์ อดทน มั่นคงในความคิดของตัวเอง
5. เป็นคนละเอียด รอบคอบ
6. ชอบอ่านหนังสือ หมั่่นพัฒนาตัวเองตลอดเวลา

W – Weakness

1. คิดว่าตัวเองเป็นคนเก่ง บางครั้งดูเป็นคนที่น้ำเต็มแก้ว
2. ไม่มีภาวะความเป็นผู้นำ กลัวโดนตำหนิ ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง
3. มีความสนใจในหลายสิ่ง หลายอย่าง ไม่สามารถโฟกัสการทำงานได้
4. ผัดวันประกันพรุ่ง ถ้างานไม่ใกล้กำหนดจริงๆจะไม่ยอมทำ
5. เป็นคนที่คิดมาก ย้ำคิดย้ำทำ

Advertisement

O – Opportunity

1. มีแหล่งความรู้อยู่มากไม่ว่าจะเป็น Youtube channel ต่างๆ Google หรือแม้กระทั่ง Facebook Fanpage ต่างๆก็สามารถเรียนรู้ได้ ทำให้พัฒนาตัวเองได้เร็ว
2. ได้รับความสนับสนุนจากครอบครัว ทำให้มีคนคอยให้คำปรึกษาอยู่ตลอด
3. การค้าขายออนไลน์เข้าถึงได้ง่าย ทำให้เราสามารถทำตัวเป็นผู้ขาย หารายได้เพิ่มได้
4. มีการศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ผ่านระบบออนไลน์ ทำให้สะดวกสบายมากขึ้น ในการพัฒนาตนเองในสายงานที่สนใจ

T – Threat

1. เป็นยุคที่มี Disruptive Technology ทำให้เกิดความไม่มั่นคงในการทำงาน บริษัทที่ทำงานอยู่อาจมีปัญหาจาก Disruptive Technology ในอนาคต
2. ปัจจุบันมีกูรู โค้ชออนไลน์ที่มากขึ้น และบางคนไม่ใช่คนที่มีความรู้ และประสบความสำเร็จในด้านที่สอนจริงๆ หากพลาดไปเรียนกับคนที่ไม่รู้จริงอาจทำให้เกิดความเสียหาย
3. คู่แข่งในการขายของออนไลน์มีมากขึ้น เพราะความง่ายในการเข้าถึงระบบการซื้อขายของออนไลน์ และผู้บริโภคมีทางเลือกในการเลือกซื้อสินค้าที่หลากหลาย